วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่


santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

 

          หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน หรือเบื่อทะเล เซ็งภูเขา อยากหาสถานที่ท่องเที่ยวชิลล์ ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ ก็ลองมาสัมผัสกับแหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นั่นก็คือ ภาพ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" (Santorini Park Cha-Am) ที่เที่ยว ที่ช้อป ที่ชิม รูปแบบใหม่ในหัวหิน-ชะอำ ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์สำหรับทุกเพศทุกวัยได้แน่นอน เอ้า! พร้อมแล้วก็ไปลุย ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า ... 

          ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน–ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน Amused Shopping Experience หรือ "สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก" บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของ เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมสนุกไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ ที่นี่จะมอบสีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก ให้คุณประทับใจมิรู้ลืม

santorini park ชะอํา


santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา


santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา


santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา


santorini park ชะอํา

          เพราะเพียง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ และ 20 นาที จากหัวหิน คุณก็จะได้สัมผัสการช้อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าว โดยการรวมเอาร้านค้าชั้นนำสินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว งานศิลปะ สวนสนุก และความร่มรื่นของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการมาจากบรรยากาศสบาย ๆ ที่สวยงามของสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวบน เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ อีกทั้งต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ ก็ยังมีส่วนในการเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ดี 

          รวมถึงกริมมิกต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บนเกาะซานโตรินี เช่น ทางเดินลายก้อนหินที่จะแทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการ ผสานเข้ากับลูกเล่นหลากหลายที่เสริมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ งานประติมากรรมที่ใช้สอยได้ เราจึงเชื่อว่าทุกมุมของ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการบันทึกภาพประทับใจอย่างมีความสุขในทุกบริเวณ

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา

          สำหรับ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แบ่งเป็น 5 โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว ได้แก่ โซนวิลเลจ (Village) ซึ่งได้รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอ็คเซสซอรี่ส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ อาร์ตแอนด์เดคคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ที่สำคัญหากคุณมาเดินช้อปปิ้งในโซนนี้ จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ซึ่งทุกร้าน ทุกแบรนด์ จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ช้อป และคาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้ง

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

          โซนพาร์ค (Park) ที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการในมุม Bird’s eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี Merry Go Round หรือ ม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycles ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย 

          และสำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้น ก็มีเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing, Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น7D สุดไฮเทค และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Water Ball เป็นความสนุกเพิ่มเติมที่จัดมาบริการฟรี!

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา
santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา

          โซนอีเว้นท์ (Event) ซึ่งจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่าง ๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง และ 5,000 คนยืน โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใคร ในบรรยากาศตลาดนัดในสวน 

          ท้ายสุดกับ โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรจากจังหวัดทางภาคใต้มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยร้านอาหารที่รอพร้อมเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบาย ๆ ทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน

santorini park ชะอํา

santorini park ชะอํา แผนที่

          ทั้งนี้ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ เปิดบริการวันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู ส่วนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งแตเวลา 10.00 - 22.00 น. และเสียค่าบัตรผ่านประตูเพียงท่านละ 50 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมwww.santoriniparkchaam.comwww.facebook.com/SantoriniPark และtwitter.com/santorinipark 

          นั่นแน่! เริ่มอยากไปสัมผัสกับความอลังการ สวยงามของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แล้วล่ะซิ อะ ๆ จะรอช้าอยู่ทำไม หากมีเวลาก็ออกไปโลดแล่นชมความไฉไลของ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กันเลยดีกว่า

10 สถานที่ ควรไปสัมผัสในสวิตเซอร์แลนด์


10 สถานที่ ควรไปในสวิตเซอร์แลนด์


           ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยงามและเงียบสงบไม่แพ้ที่ไหน ๆ ในโลก จึงเป็นประเทศที่ใครหลาย ๆ คนฝันอยากจะไปท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสกับความงามของที่นี่ด้วยตาของตัวเองสักครั้ง อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นอีกคนที่สนใจอยากจะไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร ที่ไหนบ้างดี วันนี้เรามีข้อแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับสถานที่ที่คุณควรไปเยือนมาฝาก ลองมาอ่านกันดูเลยค่ะ

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

1. ชมงานศิลป์ที่เมือง Basel

           เมืองนี้เป็นอีกเมืองที่รวบรวมงานศิลปะสวย ๆ เอาไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะที่ Fondation Beyeler ที่รวบรวมภาพเขียนของศิลปินชื่อดังตั้งแต่ใอดีตหลายคน ยกตัวอย่างเช่น Bacons, Monets และ Picassos นอกจากนี้ ในเมือง Basel ยังมี Kunstmuseum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ที่รวบรวมงานศิลป์สวย ๆ ทั้งแนวย้อนยุคและแบบร่วมสมัยอีกเอาไว้อีกด้วย เรียกได้ว่า ผู้ที่รักศิลปะนั้นไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

2. สัมผัสวิวแม่น้ำสวย ๆ ได้ที่นี่

           สมัยนี้การจะมองหาทิวทัศน์ของแม่น้ำลำธารสวย ๆ ใสสะอาดเหมือนสมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องที่ยากเต็มที เพราะคนไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม ขยันทิ้งขยะลงแม่น้ำกันเป็นประจำ แถมยังได้รับมลพิษจากของเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกด้วย แต่ไม่ใช่กับประเทศนี้ เพราะมีการรักษาความสะอาดกันเป็นอย่างดี ทำให้น้ำในแม่น้ำที่นี่ยังคงใสสะอาด และยังมีแม่น้ำจำนวนมากกว่า 10 สาย ให้เราได้เลือกพักผ่อนหย่อนใจริมแม่น้ำได้ตามใจชอบ เช่น แม่น้ำอาเร, แม่น้ำโปและแม่น้ำไรน์ซึ่งมีความยาวมากที่สุดในประเทศ ด้วยความยาวถึง 375 กิโลเมตร

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

3. แวะเล่นสกีที่ Zermatt

           เมืองเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างเมือง Zermatt นั้น มีจุดเด่นอยู่ที่ภูเขา Matterhornที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมวิวที่ยอดเขา และเล่นสกีกันที่นี่ ทำให้โรงแรมในแถบนั้นมีแขกพักเต็มอยู่เสมอ จนบางครั้งก็ถึงกับต้องจองกันล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าใครวางแผนจะไปเที่ยวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ล่ะก็ อย่าลืมเพิ่มทริปเล่นสกีที่ Zermatt เข้าไปในโปรแกรมของคุณด้วย

สวิตเซอร์แลนด์

4. สิ่งก่อสร้างก็โดดเด่นไม่แพ้ที่ไหน ๆ

           สถาปัตยกรรมของที่นี่ ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้สิ่งแวดล้อมจากธรรมชาติรอบข้าง เพราะสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อในเรื่องสิ่งก่อสร้างสวยงามค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบย้อนยุคคลาสสิกที่พบได้ในแถบชานเมือง หรือแบบโมเดิร์นสมัยใหม่เก๋ ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศแห่งนี้ เพราะฉะนั้น หากมีเวลาก็อย่าลืมลองเดินท่องเที่ยว เพื่อสำรวจและซึมซับสถาปัตยกรรมที่งดงาม เป็นเอกลักษณ์สวิตเซอร์แลนด์กันนะ

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
5. แหล่งรวมสปาชั้นยอด

           สำหรับใครที่ต้องการจะผ่อนคลายความเมื่อยล้า หรือบำรุงผิวสวย ๆ ของตัวเอง สปาของที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องการทำสปากันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ที่นี่จึงมีสปาชั้นดีให้คุณเลือกใช้บริการได้มากมาย แถมยังมีหลากหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น การนวดตัว หรือสปาช็อกโกแลต ที่ให้คุณได้เข้าไปอาบน้ำบำรุงผิวในบ่อช็อกโกแลตซะด้วย...ว้าว!

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

6. Helvetia เมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ

           หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาที่พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ และสามารถเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ Helvetia จะเป็นอีกเมืองที่คุณไม่ควรพลาด เพราะที่นั่นเป็นเมื่องที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน และยังมีธรรมชาติสวยงามให้ชมอีกด้วย โดยเฉพาะที่สวน Botanical Garden ในเกาะใจกลางแม่น้ำ Maggiore ซึ่งรวบรวมดอกไม้นานาพันธุ์ไว้ด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติได้เข้าชม

7. พักผ่อนริมน้ำตก Trummelbach falls

           Trummelbach falls เป็นชื่อของน้ำตกธรรมชาติ 10 สาย อันสวยงามที่ไหลลงท่ามกลางหุบเขา ด้วยความสูงถึง 140 เมตร รับรองได้ว่าใครที่มีโอกาสได้ไปดู จะต้องประทับใจในความงดงามของมันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากคุณต้องการจะสัมผัสความงามของน้ำตกนี้อย่างใกล้ชิด ก็สามารถจ่ายเงินเพื่อเข้าชมน้ำตกภายในตัวภูเขาได้ ด้วยราคาเพียงแค่ 10 เหรียญเท่านั้น

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

8. ใกล้ชิดสัตว์ที่ Swiss National Park

           ที่นี่เป็น National Park แห่งเดียวของประเทศสวิตเซอรแลนด์ ซึ่งให้สัตว์ได้อยู่กันตามธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ โดยสวนแห่งนี้มีขนาดใหญ่ถึง 172.3 ตารางกิโลเมตร ส่วนสัตว์ที่สามารถพบได้ที่นี่ ได้แก่ นกอินทรีทอง นกแร้งเครา แพะภูเขา ตัวมาเมิต เลียงผา และกวางเอลค์

9. อิ่มอร่อยที่ Piz Gloria

           Piz Gloria เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนยอดเขา Schilthorn จึงเป็นแหล่งที่ผู้คนนิยมมาชมวิวของภูเขากันจากที่นี่ นอกจากนี้ ร้านนี้ยังเคยเป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond ภาค On Her Majesty's Secret Service มาก่อน จึงทำให้มีของที่ระลึกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ขายเป็นจำนวนมาก แถมยังมีบาร์ชื่อ James Bond อยู่ภายในร้านอีกด้วย ส่วนอาหารจานเด็ดของที่นี่ ได้แก่ มันฝรั่งทอดแบบสวิส ชีสฟองดู และ สปาเก็ตตี้เจมส์ บอนด์

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

10. แดนสวรรค์ของคนรักช็อกโกแลต

           ช็อกโกแลตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดังนั้น เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ไม่ควรพลาดลองช็อกโกแลตโฮมเมดตามร้านคาเฟ่ต่าง ๆ เด็ดขาด นอกจากนี้ คุณยังควรแวะชมพิพิธพัณฑ์ Museo Storico Di Blenio ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะต่าง ๆ รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับช็อกโกแลตตั้งแต่สัยโบราณเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องผลิต รูปภาพ และโฆษณาช็อคโกแลตในสมัยก่อนอีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม นอกจาก 10 ข้อที่กล่าวมานี้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังมีสถานที่น่าเที่ยวและกิจกรรมที่น่าทำอีกมาก ให้คุณได้ไปลองสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยือน ควรวางแผนโปรแกรมที่จะทำก่อนที่จะไปให้ดี เพื่อให้คุณสามารถเที่ยวได้ครบทุกที่อย่างคุ้มค่า

สะบัดกระโปรงพริ้ว เดินชิว เป่าปี่สก๊อต




สกอตแลนด์ ตอนที่ 1 สะบัดกระโปรงพริ้ว เดินชิว เป่าปี่สก๊อต 



          หากพูดถึงประเทศสกอตแลนด์พาลให้นึกถึงภาพหนุ่มผมทอง นุ่งกระโปรงลายสก๊อต ถือปี่อันยาวยืนอยู่บนฉลากเหล้ายี่ห้อหนึ่ง และได้กลายเป็นแฟชั่นยอดฮิตที่นักร้องหนุ่มวงอินดี้ ได้ลองหยิบกระโปรงลายสก๊อตมาสวมใส่ตอนขึ้นเวทีบ้าง มันก็ดูเก๋ดี แต่สกอตแลนด์ไม่ได้มีดีแค่ปี่หรือกระโปรงลายคลาสสิกเท่านั้น ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หรือทิวทัศน์ ที่ต้องบอกเลยว่าน้องๆ ลอนดอนดีๆ นี่เอง เพราะประเทศสกอตแลนด์ มีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันอับสองของสหราชอาณาจักร รองจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เลยทีเดียว หากอยากรู้ และอยากสัมผัสสกอตแลนด์ด้วยกัน ก็แบกเป้พร้อมติดปีกตามกันมาได้เลย


          Scotland สกอตแลนด์ เป็นหนึ่งในชาติสมาชิกของสหราชอาณาจักร ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนทางตอนใต้ติดกับประเทศอังกฤษ เมืองหลวงคือเอดินบะระ แต่ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในเมืองกลาสโกว์


          ประเทศสกอตแลนด์จัดได้ว่ามีประชากรไม่มากนัก มีเพียงแค่หนึ่งในสิบของประชากรในสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่มีเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน และศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวเป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักร อีกทั้งยังมีเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางความเจริญ และมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาดสายอย่าง เอดินบะระและกลาสโกว์ ซึ่งแน่นอนว่าทริปนี้ไม่มีพลาด ต้องตามไปซ้ำรอยเท้านักเดินทางทั่วโลกกันหน่อย แต่ก่อนไป เห็นทีจะต้องเติมข้อมูลใส่สมองสักนิดเพื่อเป็นไอเดีย และเพื่อการเข้าถึงบ้านนี้เมืองนี้ได้อย่างรวดเร็ว


          แต่เดิมในครั้งประวัติศาสตร์ ประเทศสกอตแลนด์ไม่ได้รวมกับประเทศอังกฤษ จนกระทั่งปีค.ศ.1603 พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์เป็นกษัตริย์ของประเทศอังกฤษ จึงทำให้ทั้งประเทศอังกฤษและประเทศสกอตแลนด์มีกษัตริย์องค์เดียวกัน และได้รวมตัวกันด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจในปีค.ศ.1707 เรียกว่าราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ ต่อมาในช่วงหลังคริสตศวรรษที่ 17 สกอตแลนด์มีความเจริญก้าวหน้ามากในด้านการศึกษา และมีนักคิดนักปรัชญาเกิดขึ้นมากมาย จนเรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองปัญญาแห่งสกอตแลนด์ อีกทั้งยังมีการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างรวดเร็วเช่นกัน นอกจากนี้ ชาวสกอตยังมีชื่อเสียงในด้านการเงินการธนาคาร และมีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างเช่น ตู้เอทีเอ็ม โทรศัพท์ โทรทัศน์ เรดาร์ รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่าง HSBC อีกด้วย

          อากาศในสกอตแลนด์ก็เหมือนประเทศอื่นในแถบทวีปยุโรป เดือนที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือช่วงเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงฤดูร้อนของสกอตแลนด์ เอาหล่ะ มันอยู่นิ่งไม่ได้ซะแล้ว คงต้องเริ่มตะลุยบวกตะลอนกันที่เมืองหลวงของสกอตแลนด์ก่อนเป็นที่แรก เพราะอยากเห็นหน้าเห็นตาชาวเมืองนี้เต็มทน


          Edinburgh (เอดินบะระ) เป็นเมืองหลวงของประเทศสกอตแลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ และเป็นเมืองเก่าเมืองแก่ในประวัติศาสตร์ยุคกลาง มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่งดงามอย่าง ปราสาทเอดินบะระ ที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงกลางเมือง นับว่าเป็นทำเลที่ได้เปรียบทางยุทธศาสตร์การสู้รบสมัยก่อน เพราะบริเวณรอบภูเขาได้มีการขุดคูรอบเมือง และมีพื้นที่ราบลดหลั่นกระจายออกไปโดยรอบเป็นบริเวณกว้าง


          เอดินบะระเป็นเมืองที่มีความเจริญมากเมืองหนึ่งในสหราชอาณาจักร ศูนย์กลางเมืองอยู่โดยรอบปราสาทเอดินบะระ ตึกรามบ้านช่องสีสันสดใสสวยงาม ร้านรวงทันสมัยอยู่เรียงรายกันเป็นทิวแถว รวมถึงสถานีรถไฟที่สะอาดและทันสมัย ดูชีวิตชาวเมืองมีชีวิตชีวา สังเกตุได้จากกลุ่มศิลปินเปิดหมวก ที่ยกวงมาตั้งทั้งร้อง ทั้งเต้น กันแบบฟูลอ๊อฟชั่น ก็สร้างสีสันให้ตัวเมืองดูคึกคัก


          นอกจากนี้ เอดินบะระยังเป็นเมืองแห่งเทศกาล เพราะงานสำคัญต่างๆ อย่าง เทศกาลศิลปะนานาชาติ งานภาพยนตร์ งานวิทยาศาสตร์ เทศกาลหนังสือ เทศกาลเพลงแจ๊ซ และอีกมากมาย ล้วนแล้วแต่ถูกจัดขึ้นที่เมืองนี้ แหม…ก็แน่หล่ะ เป็นเมืองหลวงนี่นา แต่เทศกาลเหล่านี้ล้วนจัดขึ้นในหน้าร้อน โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมนี่แหละ

          ชักเพลินและสนุกกับการมองหน้าหนุ่มสก๊อตแล้วสิ เอ่อ…หมายถึงสบตาสก๊อตแลนด์น่ะ ขอลุยต่อและล้วงลึกกับเมืองหลวงแห่งนี้ในตอนหน้าแล้วกัน เพราะยังมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่มากทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 10 แห่งในฮ่องกง


ทัวร์ฮ่องกง


สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 10 แห่งในฮ่องกง (Hongkok Tourism Board)

          ฮ่องกง...มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดชมเมืองที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ตั้งกระจายอยู่ทั้งบนเกาะฮ่องกง เกาลูน และนิวเทอร์ริทอรี่ส์ หากคุณมีโอกาสได้ไปเยือนดินแดนนี้สักครั้ง จะลองนั่งเรือไปสำรวจบนเกาะรายรอบต่าง ๆ หรือลองเลือกดูสักแห่งจากสถานที่ต่าง ๆ ด้านล่างเหล่านี้ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง...




 วิคตอเรีย พีค

          หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง เดอะ พีค เป็นจุดชมวิวเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด คุณจะต้องทึ่งกับสีสันที่สวยงามของเส้นขอบฟ้า อ่าววิคตอเรียที่มีชื่อเสียงระดับโลก และตึกระฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสูงตัดกับแนวเขาเขียวขจีอันแสนสงบ ยอดเขาแห่งนี้สร้างความประทับใจที่แตกต่างกันระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

 เลดี้ส์ มาร์เก็ต

          ตลาดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง เลดี้ส์ มาร์เก็ตเป็นจุดหมายที่ต้องไปเยือนสำหรับคนรักแฟชั่นที่โปรดปรานการต่อรองราคากระเป๋า, เครื่องประดับ, ของเล่น, เครื่องสำอาง และของแต่งบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ร้านแผงลอยต่าง ๆ ที่ตั้งกระจุกรวมตัวกันจนเกิดเป็นตลาดที่มีบรรยากาศสนุกสนานนี้ ตั้งอยู่บนถนนตุงชอย ในมงก๊ก เปิดตั้งแต่ 12.00 น. ไปจนถึงเวลา 23.30 น.


 รีพัลส์ เบย์

          หาดทรายรูปจันทร์เสี้ยวแห่งนี้เป็นหาดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในฮ่องกง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่ชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยว และยังใช้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ไปหลายเรื่อง มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทินโห่ว ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชาวประมง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ทอดยาวลงสู่ชายหาด ที่นี่มีคลับเฮ้าส์สไตล์จีนแบบดั้งเดิม และอาคารสไตล์อาณานิคม รีพัลส์ เบย์ ตั้งอยู่บนหาดรีพัลส์ เบย์ มีภัตตาคารและร้านค้าที่สามารถนั่งชมวิวทะเลได้หลายแห่ง


ภาพประกอบจาก lullabi / Shutterstock.com 
 อะเวนิว ออฟ สตาร์

          สถานที่รำลึกถึงอัจฉริยบุคคลที่มีคุณูปการต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีลายพิมพ์มือดารา แผ่นหินจารึกชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการภาพยนตร์ รวมไปถึงร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องต่างๆ รูปปั้นจำลองรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกง และประติมากรรมขนาดเท่าคนจริงของบรูซ ลี ดาราหนังกังฟูผู้เป็นตำนาน
 
 หอนาฬิกา

          หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นในจิมซาโจ่ย แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสถานีต้นทางของรถไฟสายเกาลูน-แคนตัน (KCR) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1915 หอคอยทำจากอิฐสีแดงและหินแกรนิต สูง 44 เมตร เป็นอนุสรณ์ชวนให้รำลึกถึงสมัยอาณานิคม ปัจจุบันพื้นที่ของสถานีรถไฟได้กลายเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง หลังคาทรงโค้งและดีไซน์ทางด้านสถาปัตยกรรมที่ดูทันสมัยกลายเป็นฉากหลังอันงดงามของหอนาฬิกาแห่งนี้
 
 โกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์

          ประติมากรรมรูป "ดอกชงโคบานตลอดกาล" (โกลเด้น โบฮิเนีย) เป็นของขวัญที่จีนแผ่นดินใหญ่มอบให้เพื่อแสดงถึงความยินดีที่ได้ฮ่องกงได้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกับแผ่นดินแม่ หลังจากที่ต้องแยกกันเป็นเวลานานกว่า 150 ปี ใกล้กันมีอนุสาวรีย์ของการรวมกันเป็นหนึ่งที่จารึกลายมือของประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน โดยทุก ๆ เช้าจะมีพิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา
 
 ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

          ขอเชิญชวนทุกท่านสู่อาณาจักรแห่งจินตนาการ ฉลองจิตวิญญาณแห่งแฟนตาซี โลกแห่งอนาคต และหัวใจรักการผจญภัย มิคกี้เมาส์รอต้อนรับคุณสู่ดินแดนแห่งความสุขที่สุดของโลกใบนี้ พร้อมเครื่องเล่นมากมายที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวในฮ่องกง
 
 โอเชี่ยนปาร์คฮ่องกง

          เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1977 เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลของฮ่องกง ธีมปาร์คขนาด 80 เฮคตาร์ (200 เอเคอร์) นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง มีเครื่องเล่น นิทรรศการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมายรายรอบเขา รถกระเช้าที่เชื่อมพื้นที่ 2 ส่วนระหว่างยอดเขาสูงและพื้นที่ด้านล่าง ทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ตระการตาขณะโดยสาร และสิ่งดึงดูดใหม่ล่าสุดคือลูกหมีแพนด้ายักษ์ 2 ตัว และพิพิธภัณฑ์แมงกะพรุนทะเลแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 

 
วัดซิก ซิก หยวน หว่องไทซิน

          หว่องไทซินเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮ่องกง ทุก ๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเยือน และยังถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง บริเวณวัดงดงามด้วยอาคารที่ตกแต่งแบบจีนโบราณแม้จะตั้งอยู่ท่ามกลางความเป็นเมืองของเกาลูน วัดแห่งนี้เป็นที่รวมความเชื่อทางศาสนาถึง 3 ศาสนา ได้แก่ เต๋า พุทธ และขงจื๊อ
 


ภาพประกอบจาก testing / Shutterstock.com 
 เทมเปิล สตรีท

          แหล่งช้อปปิ้งอันน่าทึ่ง มีแผงลอยเปิดไฟตั้งขายสินค้าราคาไม่แพง อาทิ เสื้อผ้า ปากกา นาฬิกา ซีดี คาสเซ็ทเทป อุปกรณ์ไฟฟ้า ฮาร์ดแวร์ และกระเป๋าเดินทาง สุดถนนยังเต็มไปด้วยหมอดูดวงโชคชะตา และการแสดงงิ้วแบบสด ๆ เปิดระหว่าง 16.00 น. – 24.00 น. แต่จะเริ่มมีสีสันจริงจังหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว
 
          นอกเหนือจากนี้ ลองแวะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่มีชื่อเสียง เพราะเมืองที่มีสีสันของเอเชียแห่งนี้มีชีวิตชีวาตลอดเวลาทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน!