ถ้ายังงงๆ ว่าเมืองนี้อยู่ไหน และไม่สนใจเรื่องประวัติศาสต์ แต่อยากรู้อยากเห็น..ก็เอาเป็นว่า เรามีตัวอย่างเล็กๆ น้อยมาฝากเพื่อนๆ นักท่องเที่ยว ให้ได้เปิดหูเปิดตากับอีกเมืองน่ารักแน่นอนค่ะ แต่ข้อมูลประวัติศาสต์อาจจะไม่แน่ปึ้กนะค้า Burg แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “castle” castle แปลเป็นไทยอีกรอบคือ ปราสาท ดังนั้น เมืองที่มีคำว่า burg จึงเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีปราสาทมากๆ นั่นเอง
เมือง Quedlinburg นั้น ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก “เบอร์ลิน (Berlin)” ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงค่ะ ที่ต้องอ้าง “เบอร์ลิน” ก็เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะรู้จัก และจำชื่อเมืองต่างๆ ของเยอรมนี ก็เช่น เบอร์ลิน, แฟรงค์เฟิร์ต, โคโลญจน์, สตุ๊ทการ์ท, ฮันโนเวอร์, ฮัมบวร์ก ได้ประมาณนี้ ผลพวงมาจากชื่อสโมสรฟุตบอลนั่นเอง (แต่เราก็จำชื่อเมืองต่างๆ ได้ก็เพราะเหตุนี้แหละ ฮ่าๆ) และเนื่องจากเราไปตอนเดือนธันวาคม ที่มีเทศกาลสำคัญคือ “วันคริสต์มาส” ที่ช่วงนี้เป็นช่วงชุลมุนวุ่นวายของพวกเค้าจริงๆ เพราะต้องจัดเตรียมของขวัญ เตรียมอาหาร เตรียมบ้านไว้รอต้อนรับลูกๆ หลานๆ ที่นานๆ จะมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ไปที่ไหนๆ เราจึงได้เห็นการตกแต่งแบบจัดเต็ม ต้นคริสต์มาสเอย ซานต้าเอย แสงเทียน แสดงไฟ ที่คนไทยตัวน้อยๆ อย่างเราเห็นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก
แต่หากถามว่า เดือนนี้ควรมาเที่ยวไหม สำหรับคนเยอรมันแล้วเค้าจะบอกว่า “ไม่น่าเที่ยวเลย” เพราะต้นไม้ทิ้งใบเหลือต้นโกร๋นๆ มองไปทางไหนก็ไม่มีสีเขียวๆ ของต้นไม้เลย แต่สำหรับคนไทยที่อยู่กับต้นไม้เขียวๆ มาทั้งปี สนใจแต่ หิมะ อากาศหนาวๆ วันคริสต์มาส และการได้เปิดหูเปิดตาเท่าน้านนนน …(อยากบอกพวกเค้าว่า ต้นไม้เขียวๆ ฉันดูที่ประเทศฉันเบื่อแล้ว อิอิ)
เดินเล่นเพลินใจ ในเมือง เควดลินบวร์ก
อาคารเก่าๆ เหล่านี้ได้มีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี และที่สำคัญ ยังมีคนอยู่อาศัยจริงๆ ไม่ได้สร้างไว้โชว์สวยงามอย่างเดียวนะ
บริเวณอื่นๆ รอบๆ ตัวเมือง เควดลินบวร์ก Quedlinburg
ถ้าหากถามว่า เมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยว เหมาะที่จะอยู่ในแผนเที่ยวเยอรมันไหม ก็ตอบได้ว่า เมืองนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย เพราะสถานที่ส่วนใหญ่ที่คนชอบมาดูก็คือตึกเก่า อาคารเก่าๆ เท่านั้น แถมยังไกลจากเมืองและสถานที่อื่นๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่คนไทย เช่น ปราสาทนอยชวานชไตน์, มหาวิหารโคโลญจน์, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาวาเรียน, พระราชวังชาล็อตเทนเบิร์ก เป็นต้น ทำให้จัดเวลาเดินทางในการเที่ยวค่อนข้างลำบาก ยกเว้นแต่ว่า คุณจะมาเบอร์ลิน แล้วแวะไปเที่ยวเมืองนี้ อย่างนี้ก็โอเคค่ะ
แต่หากใครมีเวลาว่าง อยากเดินเล่นท่องเที่ยวไปเรื่อย สนใจเรื่องประวัติศาสต์ ชอบเมืองเก่าๆ ที่ยูเนสโกแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกแล้วล่ะก็ เมืองนี้ก็ไม่น่าจะพลาดค่ะ ลองไปดูเองกับตาสักครั้งก็ดีนะคะ ตึกเก่าเยอะไปหมด จนไม่รู้เลยว่าจะสนใจอะไรก่อนกัน และในความรู้สึกเรา เราชอบเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เพราะเป็นเมืองที่สงบ ไม่ใหญ่โตวุ่นวาย อากาศก็บริสุทธ์ ผู้คนมีระเบียบวินัย ขับรถไปไม่ไกลก็เจอซุปเปอร์มาร์เก็ตให้จับจ่ายได้สะดวกสบาย แถมมีลำธารตัดผ่าน ผสมความเป็นเมืองกับชนบทได้อย่างลงตัว ฝากใจไว้เยอรมันไปแล้ว
เอิ๊กๆ สำหรับตอนนี้ เดินเล่นรอบเมืองเควดลินบวร์ก คงจบเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ โอกาสหน้าจะมาเล่าถึงชีวิตประจำวัน ความเป็นอยู่ และวันคริสต์มาส เทศกาลที่สุดแสนจะน่ารักอบอุ่นมาฝากเพื่อนๆ นะคะ ขอบคุณหัวหน้าทุกท่านที่อนุญาตให้ลางานได้นานๆ ขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ ข้างตัวที่ช่วยเหลือสนับสนุนทุกสิ่งอย่าง จนวีซ่าผ่าน ได้ไปเปิดหูเปิดตาไกลๆ และสุดท้ายขอบคุณมิสเตอร์มาร์คุส เอส ผู้สนับสนุนใหญ่ใจดี———————-
ข้อมูลเพิ่มเติม เมือง Quedlinburg เควดลินบวร์ก ในเขตพื้นที่ซัคเซ็น-อันฮาลท์ (Land of Sachsen-Anhalt) เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิฟรังโกเนียนเยอรมันตะวันออก (East Franconian German Empire) ในช่วงการปกครองของราชวงศ์แซกซอเนียน-ออตโตเนียน (Saxonian-Ottonian dynasty) เมืองนี้เป็นเมืองการค้าที่มั่งคั่งตั้งแต่ยุคกลาง จำนวนและคุณภาพสูงของอาคารทิมเบอร์เฟรม (timber-framed) ทำให้เควดลินบวร์กเป็นตัวอย่างที่พิเศษของเมืองยุโรปยุคกลาง โบสถ์วิทยาลัยแห่งเซนต์แซร์วาทิอุส (Collegiate Church of St Servatius) เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ (ที่มา http://www.thaiwhic.go.th/heritageList.aspx?states=966)
สิ่งที่ควรทำ-ไม่ควรทำในประเทศเยอรมนี
1.ชาวเยอรมันรักความสะอาดและความมีระเบียบมาก การทิ้งขยะในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย และแม้จะทิ้งขยะในถังก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง
2.ความเงียบสงบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเยอรมันให้ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นโปรดรักษาความสงบ การส่งเสียงเอะอะโวยวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ทั้งวัน วันเสาร์ระหว่างเวลา 18.00น. จนถึง 8.00น. และระหว่าง 12.00-15.00 น. วันธรรมดาระหว่าง 20.00น.-8.00 น. และระหว่าง 12.00น.-15.00น.โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย
3.ชาวเยอรมันขับรถเร็วแต่เคารพกฏหมายอย่างเคร่งครัดและไม่ประนีประนอม ดังนั้นถ้าต้องการขับรถเที่ยวเอง ต้องแน่ใจว่ารู้กฏจราจรจริงๆอนึ่ง ถ้าท่านขับรถผ่านไปพบอุบัติเหตุ ท่านจะต้องหยุดรถเพื่อให้ความช่วยเหลือ มิฉะนั้นท่านจะมีความผิดตามกฏหมาย ถ้าท่านขับรถไปชนหรือเฉี่ยวรถที่จอดอยู่โดยเจ้าของรถไม่ได้อยู่ในที่นั้น ท่านจะต้องคอยพบเจ้าของหรือถ้าคอยไม่ได้ต้องทิ้งที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ไว้ให้เจ้าของรถ มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าท่านละเมิดกฏหมายในระดับที่ร้ายแรงมาก
4.ในการซื้อสินค้าหรือกระทำการใดก็ตามห้ามแซงคิว ผู้ที่มาก่อนย่อมจะต้องได้รับบริการก่อน การแซงคิวหรือเบียดเสียดเป็นการผิดมารยาทที่ร้ายแรงมาก
5.ถ้าท่านใช้บริการของการขนส่งมวลชน โปรดระมัดระวังอย่านั่งเก้าอี้ที่มีเครื่องหมายกากบาทสีขาว เพราะที่นั่งเหล่านี้เป็นที่นั่งสำรองสำหรับผู้ที่บาดเจ็บพิการหรือผู้ชรา
6.ชาวเยอรมันโดยทั่วไปไม่ใช่คนยิ้มง่าย แต่เขาจะให้ความช่วยเหลือถ้าได้รับการขอร้องอย่างสุภาพ
7.การจราจรในเยอรมนีเป็นแบบชิดขวา ทั้งนี้รวมถึงคนเดินถนนด้วย
8.โปรดให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เข็นรถเด็ก เช่น หลีกทางให้ไปก่อน ช่วยเปิดประตู หรือช่วยยกรถเด็ก
9.การตรงต่อเวลาเป็นมารยาทพื้นฐานที่สำคัญมาก
10.การไปเยี่ยมเยือนชาวเยอรมันจะต้องนัดล่วงหน้าเสมอ ควรมีของขวัญเล็กๆน้อยๆ เช่น ดอกไม้สักช่อ หรือไวน์ดีๆสักขวดไปฝากเจ้าบ้าน และอย่าอยู่นานเกินไป อนึ่งถ้าไม่ได้มีการเชิญรับประทานอาหารล่วงหน้า ชาวเยอรมันจะไม่เชิญแขกให้อยู่รับประทานอาหาร
11.ในการทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ ผู้ที่อายุมากกว่า หรือสตรีจะเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน
12.สงครามโลกทั้ง 2 ครั้งและคำว่านาซี ไม่ควรอยู่ในหัวข้อสนทนากับชาวเยอรมัน
สภาพภูมิอากาศประเทศเยอรมนี
ประเทศเยอรมนีมีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป นั่นคืออากาศอาจจะร้อนจัดในฤดูร้อนและเย็นเฉียบในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามแม้ในฤดูกาลเดียวกันก็มีความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้นในภาคต่างๆอยู่บ้าง ทางตอนเหนือในแถบที่ติดทะเลอากาศจะอบอุ่นกว่าทางใต้ในฤดูหนาว และในฤดูร้อนอากาศก็จะไม่ร้อนจัดจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวแถบตอนเหนือและตอนกลางของประเทศอาจจะแตกต่างกันระหว่าง -1๐ จนถึง 2.5๐ เซลเซียส ในขณะที่ในแถบภูเขาหรือทางตอนใต้ความแตกต่างอาจจะอยู่ระหว่าง -10๐ จนถึง -15๐ เซลเซียล เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนกรกฎาคมซึ่งอุณหภูมิอาจจะสูงถึง 35๐ เซลเซียล
ประเทศเยอรมนีมี 4ฤดูกาลคือ
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)
ฤดูร้อน(มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน-พฤศจิกายน)
ฤดูหนาว(ธันวาคม-กุมภาพันธ์)
- ฤดูใบไม้ผลิคือฤดูดอกไม้บานโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามท้องทุ่งและป่าเขา
- ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีฝนตกน้อยที่สุด ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในประเทศเยอรมนีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และรสนิยมของนักท่องเที่ยวแต่ละคนฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและงานเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูแห่งสีสันของแมกไม้และสายหมอก
- ฤดูหนาวคือวันเวลาสำหรับผู้เล่นสกี ตลาดคริสต์มาส การละคร และดนตรีคลาสสิก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเยือนประเทศเยอรมนีโดยไม่ต้องทุกข์ทรมานกับความหนาวเย็นมากเกินไปน่าจะเป็นเวลาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนตุลาคม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น